เลือกน้ําหอมยังไง ให้กลิ่นติดทน(นาน)

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าตอนนี้ “น้ําหอม” คือส่วนหนึ่งของชีวิต ที่ต้องฉีดก่อนออกจากบ้านทุกวัน เพื่อเสริมความมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน ไม่ว่าจะ เป็นหญิงสาว หรือชายหนุ่มก็หันมาสนใจ และใส่ใจ ที่จะดูแลตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่มีเพศตรงข้ามมาอยู่ใกล้ๆ ก็อยากให้คนรอบ กายได้สัมผัสถึงกลิ่นหอมที่ชวนให้หลงใหลได้ตลอดเวลา แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องรู้จักก่อนว่า ประเภทน้ําหอมแบบไหนที่จะทําให้ กลิ่นติดกายได้ทนทาน และยาวนานที่สุด


- Eau Fraiche เป็นน้ําหอมที่มีกลิ่นเจือจางมากที่สุด เพราะมีหัวน้ําหอมเพียง 1-3 เปอร์เซ็นต์ ที่ผสมกับแอลกอฮอล์และน้ํา ปกติแล้วกลิ่นจะอยู่ได้ไม่ถึง 1 ชั่วโมง
- Eau de Cologne หอมอ่อนๆ แบบวัยใส กลิ่นจางไว คงความหอมได้นานเพียง 3 ชม. เพราะมีปริมาณน้ําหอมประมาณ 2-4 เปอร์เซ็นต์ ผสมกับ แอลกอฮอล์และน้ํา
- Eau de Toilette หอมติดทนกว่าโคโลญจ์ อยู่ได้นานประมาณ 3 ชม. เพราะมีกลิ่นน้ําหอมเพียวๆ ผสมกับแอลกอฮอล์ประมาณ 5-15 เปอร์เซ็นต์
- Eau de Parfum จะเป็นน้ําหอมที่หอมฉุนในช่วงแรก กลิ่นจะค่อยๆ เจือจางแต่อยู่นานได้ 5-8 ชม. เพราะมีส่วนของน้ําหอมอยู่ถึง 15-20 เปอร์เซ็นต์
- Perfume เพราะมีปริมาณน้ําหอมเพียวๆ มากถึง 20-30 เปอร์เซ็นต์ คุณจึงมั่นใจได้ว่า ฉีดครั้งเยวหอมยาวนานแบบข้ามวันกันเลยทีเดียว

ในน้ําหอมขวดหนึ่งๆ นั้น จะมีการเปลี่ยนระดับของกลิ่นต่างๆ กันเมื่อเวลาผ่านไป เราเรียกกลิ่นในระดับต่างๆนั้นว่าโน๊ต ของน้ําหอม ซึ่งน้ําหอมที่ดีควรจะมี การเปลี่ยนระดับ 3 ระดับ และปรับเปลี่ยนอย่างนุ่มนวลไม่แสบจมูกหรือเป็นอันตรายต่ออวัยวะของเราโน๊ตของน้ําหอมทั้ง 3 ระดับ เรามีชื่อเรียกต่างๆ กัน โดยประกอบด้วย
1. Head Notes / Top Notes
คือกลิ่นแรกที่เราจะได้กลิ่นเมื่อฉีดพรมน้ำหอม โดยกลิ่นที่ได้จะมาจากโมเลกุลเล็กๆ ของน้ำหอม ที่ระเหยง่าย กลิ่นที่ได้จึงสดชื่นโดดเด่นชวนดมโดยกลิ่นแรกนี้จะอยู่แค่ช่วงเวลาแรก โดยมีระยะเวลาประมาณ 10-20 นาที หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่
2. Heart Notes / Middle Notes
คือกลิ่นของน้ำหอม ที่เกิดการกระจายกลิ่นอย่างเต็มที่ของส่วนผสมหลัก ซึ่งมักจะมีกลิ่น หอมที่นุ่มนวลชวนฝัน และถือเป็นกลิ่นที่บ่งบอกสไตล์ของน้ำหอมอย่างชัดเจน โดยจะมีความคงทนของกลิ่น 2-4 ชม. ก่อนจะเข้าสู่กลิ่นสุดท้ายคือ Base Note
3. Base Notes / Back Notes
คือกลิ่นพื้นฐานที่ติดผิวได้ทนทานและยาวนานที่สุด ประมาณ 4-6 ชม. ก่อนจะค่อยๆ จางหายไป โดยกลิ่นที่ออกมานั้นจะผสานเข้ากับกลิ่นกายของผู้ใช้ และสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นสไตล์ส่วนตัว และจะมีกลิ่นแตกต่างขึ้นอยู่กับกลิ่นตัวตามธรรมชาติของผู้ใช้, กิจกรรมประจำในแต่ละวัน รวมไปถึงสภาพอากาศเช่นความร้อนหรือ ความชื้นเป็นต้น
4. Bridge
คือกลิ่นของน้ำหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวบุคคล เมื่อความหอมในช่วง Base notes ได้ระเหยออกไปจนหมดแล้ว โดยกลิ่นนี้จะเป็นกลิ่นที่อ่อนไหวที่สุด ซึ่งเกิดจากกลิ่นเจือจางของหัวน้ำหอมทั้งหลายผสมเข้ากับกลิ่นตัวตามธรรมชาติของผู้ใช้ ซึ่งส่วนนี้มีความสำคัญต่อการ นำมาพิจารณาสำหรับการซื้อน้ำหอมในครั้งต่อไป

ส่วนการจะฉีดพรมให้น้ำหอมอยู่ติดทนนั้น ก็มีทริคเล็กน้อยๆ โดยการฉีดน้ำหอม ควรฉีดบนร่างกายไม่ใช่เสื้อผ้า เพราะร่างกายของคนเรานั้นอบอุ่น ซึ่งจะทำให้น้ำหอมนั้นกระจายตัว และส่งกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะตามชีพจรในจุดต่างๆ อย่างข้อพับ ข้อเท้า รวมไปถึงเส้นผม เพียงฉีดพ่น 1 ครั้ง แล้วเดินผ่านน้ำหอมนั้นให้ติดเส้นผม เพียงเท่านี้กลิ่นน้ำหอมก็จะฟุ้งกระจายออกมาเวลาที่ผมปลิวไหวไปตามลม


×